แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เตรียมตัว IELTS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เตรียมตัว IELTS แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Reading: Section 3

ใน Section 3 ของ part Reading
เราจะได้อ่านบทความในหัวข้อทั่วไป ความยาวประมาณ 900 คำ
และมีคำถามรวม 14 ข้อ ซึ่งเป็นคำถาม 3 แบบ

คำถาม 5 แบบที่ออกใน Section 3 บ่อยๆ คือ
-  Paragraph Headings
-  Pick from a List
-  Summary Completion
-  Summary Completion with a Box
-  Classification

เราจะได้รู้จักเทคนิคในการรับมือกับคำถามแต่ละแบบกันเลยครับ


PARAGRAPH HEADINGS
= เลือกหัวเรื่องให้กับย่อหน้า

-   อ่านหัวเรื่อง และ วง keyword
-   อ่านย่อหน้าแรก แล้วขีดเส้นใต้ประโยคที่เป็นใจความสำคัญ (main idea)
-   อ่าน list ของหัวเรื่อง และวง keyword 
-   เลือกหัวเรื่อง ที่มีความหมายคล้าย ใจความสำคัญ (main idea)
       *  เลือกหัวเรื่องแต่ละอันได้เพียง 1 ครั้ง


PICK FROM A LIST
=  เลือก 2-3 ตัวเลือก จาก 6 ตัวเลือก

-   อ่านคำถามโดยละเอียด ดูว่าต้องเลือกกี่ตัวเลือก และมีค่ากี่คะแนน
-   วง keyword ในคำถาม และตัวเลือก
-   หา keyword ของตัวเลือก ใน passage
-   ดูว่าตัวเลือกที่เลือก มีความหมายเหมือนกับ ประโยคใน passage       *  คำตอบอาจไม่เรียงตามลำดับใน passage


SUMMARY COMPLETION
= เติมคำหรือตัวเลขในบทสรุป

-    อ่านหัวเรื่องของบทสรุป  เพื่อดูว่าเกี่ยวกับอะไร
-    อ่าน ทั้งบทสรุป  เพื่อหาว่าบทสรุป อยู่ย่อหน้าไหนของ passage
-    ดู ช่องว่าง แล้วดูว่าต้องเติมข้อมูลชนิดไหน เช่น ชื่อ คำนาม หรือ adjective
-    วง keyword ที่อยู่รอบๆ ช่องว่าง
-    หา keyword ใน passage แล้วดูว่าต้องเติมคำใดในช่องว่าง
         * คำที่เอามาเติม อาจอยู่คนละย่อหน้า


SUMMARY COMPLETION WITH A BOX
= เติมคำหรือตัวเลขในบทสรุป  โดยใช้คำที่ให้มาในกล่อง

-   วิธีทำเหมือนกับ Summary Completion
-   แต่ต่างที่ต้องใช้คำที่ให้มาในกล่อง และต้องเขียนคำตอบเป็นตัวอักษร


CLASSIFICATION
= จำแนกชนิดของ statement ที่โจทย์ให้มา
      * ชนิด มักเป็นตัวเลือก A, B, C        statement  มักเป็นคำถามข้อ  1, 2, 3

-   วง keyword ใน statement ข้อ 1
-   วง "ชนิด" ใน passage ("ชนิด" จะเป็น ชื่อคน, วันเดือนปี หรือ คำนาม)
-   อ่าน 2 ประโยคหน้า + หลัง "ชนิด" แต่ละอัน ใน passage
-   ดูว่าใจความของ "ชนิด" ไหน ตรงกับ ความหมายของ statement ข้อ 1
-   ทำซ้ำขั้นตอนข้างต้นกับ statement ข้ออื่น (2, 3, 4, ...)


ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ คะแนนต้องมีการพัฒนาแน่นอน
แล้วเพื่อนๆ มีเทคนิคในการรับมือคำถามพวกนี้ยังไงบ้างครับ

ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ ถ้าทำแล้ว คะแนนต้องมีการพัฒนาแน่นอน : )
ถ้าใช้ได้ผล อย่าลืมมา Like และแชร์กันได้เลยนะครับ

Back to main page

Reading: Section 2

ใน Section 2 ของ part Reading
เราจะได้อ่านบทความในหัวข้อทั่วไป ความยาวประมาณ 900 คำ
และมีคำถามรวม 13 ข้อ ซึ่งเป็นคำถาม 3 แบบ

คำถาม 5 แบบที่ออกใน Section 2 บ่อยๆ คือ
-  Matching
-  Finding Information in Paragraphs
-  Sentence Completion with a Box
-  Yes / No / Not Given
-  Multiple Choice

เราจะได้รู้จักเทคนิคในการรับมือกับคำถามแต่ละแบบกันเลยครับ


MATCHING
= จับคู่

-   อ่าน ตัวเลือกในกล่อง (เริ่มจาก A) เพราะมักจะเรียงตามลำดับใน passage
-   วง keyword ของตัวเลือก
-   หา keyword ของตัวเลือก ใน passage
-   เมื่อเจอ keyword ให้อ่าน 2 ประโยคหน้า + หลัง 

-   อ่าน list ของคำถาม แบบเร็วๆ เพื่อดูว่าข้อไหน ตรงกับประโยคที่เพิ่งอ่านใน passage
-   ทำซ้ำขั้นตอนข้างต้นกับ ตัวเลือกอันต่อไป (B, C, D, ...)

     *  ตัวเลือกอาจจะถูกจับคู่ได้มากกว่า 1 ครั้ง  เช่น ข้อ 1 ตอบ B แล้วข้อ 3 ตอบ B ได้อีก


FINDING INFORMATION IN PARAGRAPHS
= หาข้อมูลว่าอยู่ย่อหน้าไหน

-   วง keyword ในคำถาม
-   ดูว่าต้องหาข้อมูลประเภทไหน-   อ่านย่อหน้าแรก แล้วอ่าน list ของคำถามแบบเร็วๆ
-   วงคำในย่อหน้าที่ตรงกับ keyword ในคำถาม
-   เขียน ตัวอักษรของย่อหน้า (A, B, C, ...) ข้างๆคำถาม
-   ทำซ้ำขั้นตอนข้างต้นกับ คำถามข้อถัดไป

     *  แต่ละย่อหน้าอาจจะถูกจับคู่ได้มากกว่า 1 ครั้ง  เช่น ข้อ 1 ตอบ B แล้วข้อ 3 ตอบ B ได้อีก
 

SENTENCE COMPLETION WITH A BOX
= จับคู่ 2 ประโยคย่อย เพื่อสร้างประโยคที่มีความหมายคล้ายกับใน passage

-    อ่าน ส่วนแรกของประโยคที่ให้มา แล้ววง keyword
-    หาประโยคที่มี keyword ใน passage
-    เมื่อเจอ keyword ให้อ่าน 2 ประโยคหน้า + หลัง เพื่อทำให้เข้าใจมากขึ้น
-    อ่าน list ของ ส่วนที่สองของประโยคในกล่อง
-    เลือกประโยคที่นำมาต่อแล้ว
      มีความหมายคล้ายกับใน passage และถูกหลัก grammar


YES / NO / NOT GIVEN
= ดูว่า ประโยคที่ให้มา ถูก หรือ ผิด หรือ ไม่ถูกกล่าวถึง

    Yes ประโยคที่ให้มา มีความหมายคล้ายกับ  ประโยคใน passage
(พูดสิ่งเดียวกัน แต่ใช้คำที่ต่างกัน)
    No ประโยคที่ให้มา มีความหมายตรงข้ามกับ  ประโยคใน passage
    Not Given     ประโยคที่ให้มา ไม่ถูกกล่าวถึง ใน passage

ความต่าง
True / False / Not Given         ทดสอบความเข้าใจ "ข้อมูล" ใน passage
Yes / No / Not Given             ทดสอบความเข้าใจ "ความคิดเห็นของผู้เขียน"

-    อ่านประโยคที่ให้มา
-    วง keyword ในประโยคที่ให้มา
-    หา keyword ใน passage
-    อ่าน passage จาก บนลงล่าง ไม่ต้องกระโดดไปกระโดดมา
      (เพราะคำถามเรียงตามลำดับใน passage)
-    เมื่อเจอ keyword ให้อ่าน 2 ประโยคหน้า + หลัง
-    ตีความว่าความหมายตรงกับคำถาม หรือเปล่า


MULTIPLE CHOICE
 = คำถาม 4 ตัวเลือก มี 2 แบบ
    แบบที่ 1:   มี 4 ตัวเลือก
    แบบที่ 2:   ให้ประโยคส่วนแรกมา แล้วมี 4 ตัวเลือกที่เป็นประโยคส่วนที่สอง

-    วง keyword ในคำถาม
-    หาและวง keyword ใน passage เพื่อจะได้รู้ว่าต้องอ่านตรงไหน
-    วง keyword ในตัวเลือก
-    อ่าน 2 ประโยคหน้า + หลัง เพื่อทำให้เข้าใจมากขึ้น
-    ตีความว่าความหมายตรงกับตัวเลือกข้อไหน


ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ คะแนนต้องมีการพัฒนาแน่นอน
แล้วเพื่อนๆ มีเทคนิคในการรับมือคำถามพวกนี้ยังไงบ้างครับ

ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ ถ้าทำแล้ว คะแนนต้องมีการพัฒนาแน่นอน : )
ถ้าใช้ได้ผล อย่าลืมมา Like และแชร์กันได้เลยนะครับ

Back to main page

Reading: Section 1

ใน Section 1 ของ part Reading
เราจะได้อ่านบทความในหัวข้อทั่วไป ความยาวประมาณ 900 คำ
และมีคำถามรวม 13 ข้อ ซึ่งเป็นคำถาม 3 แบบ

คำถาม 6 แบบที่ออกใน Section 1 บ่อยๆ คือ
-  Sentence Completion
-  Short Answer Question
-  Note / Table / Flow Chart Completion
-  Labeling a Diagram
-  True / False / Not Given
-  Global Multiple Choice

เราจะได้รู้จักเทคนิคในการรับมือกับคำถามแต่ละแบบกันเลยครับ

SENTENCE COMPLETION
= เติม คำหรือตัวเลข ในประโยค

-    ดูที่ ช่องว่าง* แล้วเดาว่ามันน่าจะเป็นข้อมูลชนิดไหน เช่น noun, verb, adjective หรือ ตัวเลข
       -   adjective มัก นำหน้า noun หรือ ตามหลัง verb to be เช่น is, am, are, was, were
            เช่น   good analysis, This analysis is good.
-    การเติมคำต้องถูกตามหลัก grammar 

*   ช่องว่างแต่ละช่อง จะบอกได้ 3 อย่าง
     (1) ชนิดคำ (noun, verb, adjective)     (2) ชนิดข้อมูล        (3) เอกพจน์ หรือ พหูพจน์

     Ex:   The _______ in London has attracted the attention of tourists around the world.
     (1)  ชนิดคำ: noun     (2)  ชนิดข้อมูล: สถานที่ท่องเที่ยว (ดูจาก tourists)    (3) เอกพจน์ (ดูจาก has)


SHORT ANSWER QUESTION
=  เติมคำตอบแบบสั้น

-   เริ่มจากคำถามข้อแรก
-   วงกลม Wh- word ในคำถาม เช่น what, where, when, why, who, whom, how
     จะช่วยให้รู้สิ่งที่ถาม
         Where?   สถานที่      Which?   สิ่งของ       When?  เวลา        What?   สิ่งของ
         Why?      สาเหตุ       Who?     คน               How?    วิธี
-   วงกลม keyword ในคำถาม
-   กลับไปอ่านใน passage ว่าเจอคำที่คล้ายๆ keyword หรือเปล่า
-   ดูว่าคำถาม มันถามข้อมูลชนิดไหน แล้วดูว่าต้องเติมอะไร


NOTE / TABLE / FLOWCHART COMPLETION
= เติมคำใน note / table / flowchart

-    อ่านทั้ง note / table / flow chart ก่อน หนึ่งรอบ ให้ทุกคำผ่านตา
-    ดูที่ หัวข้อเรื่อง (heading) และที่คำที่ให้มา เพื่อจะรู้ว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอะไร
-    ถ้าเป็น flowchart ทำความเข้าใจว่า process มันดำเนินไปยังไง
-    วง keyword ที่อยู่ใกล้ๆ ช่องว่าง แล้วอ่าน passage หาคำที่ีมีความหมายเหมือน keyword
      เพื่อช่วยให้หาคำตอบได้ง่ายขึ้น
-    ดูที่ ช่องว่าง แล้วเดาว่ามันน่าจะเป็นข้อมูลชนิดไหน เช่น noun, verb, adjective หรือ ตัวเลข


LABELING A DIAGRAM
= เติมชื่อสถานที่ในแผนที่ / แผนผัง

-   อ่านทั้ง diagram ก่อน เพื่อรู้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร
-   อ่านคำที่ให้มาใน diagram
-   ดูที่ ช่องว่าง แล้วเดาว่ามันน่าจะเป็นข้อมูลชนิดไหน เช่น ชื่อสถานที่ หรือ ขั้นตอน
-   ตอนอ่าน สังเกตคำที่บอกตำแหน่ง (ช่วยให้เราหาคำตอบได้ง่ายขึ้น) เช่น
         in the middle, on the corner, next to, above/below, straight ahead, leads to


TRUE / FALSE / NOT GIVEN
= ดูว่า ประโยคที่ให้มา ถูก หรือ ผิด หรือ ไม่ถูกกล่าวถึง

    True ประโยคที่ให้มา มีความหมายคล้ายกับ  ประโยคใน passage
(พูดสิ่งเดียวกัน แต่ใช้คำที่ต่างกัน)
    False ประโยคที่ให้มา มีความหมายตรงข้ามกับ  ประโยคใน passage
    Not Given     ประโยคที่ให้มา ไม่ถูกกล่าวถึง ใน passage

-    อ่านประโยคที่ให้มา
-    วง keyword ในประโยคที่ให้มา
-    หา keyword ใน passage
-    อ่าน passage จาก บนลงล่าง ไม่ต้องกระโดดไปกระโดดมา
      (เพราะคำถามเรียงตามลำดับใน passage)
-    เมื่อเจอ keyword ให้อ่าน 2 ประโยคหน้า + หลัง
-    ตีความว่าความหมายตรงกับคำถาม หรือเปล่า


GLOBAL MULTIPLE CHOICE
 = คำถามเกี่ยวกับ หัวข้อ (topic), ใจความสำคัญ (main idea), จุดประสงค์ (objectives) ของ passage

-    วง keyword ในคำถาม และตัวเลือกทั้ง 4 ข้อ
-    อ่าน ประโยคที่เป็นใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้าของ passage
      (มักเป็นประโยคแรก หรือประโยคสุดท้าย)
-    ตัดตัวเลือกที่ผิดแน่ๆออก แล้วดูว่าตัวเลือกไหนน่าจะถูก


ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ คะแนนต้องมีการพัฒนาแน่นอน
แล้วเพื่อนๆ มีเทคนิคในการรับมือคำถามพวกนี้ยังไงบ้างครับ

ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ ถ้าทำแล้ว คะแนนต้องมีการพัฒนาแน่นอน : )
ถ้าใช้ได้ผล อย่าลืมมา Like และแชร์กันได้เลยนะครับ

Back to main page